บทความแนะนำ
Get update from us
Follow us
บทความทั้งหมด

5 วิธีเปลี่ยนจากพนักงานธรรมดาให้กลายเป็นดาวรุ่งในที่ทำงาน


ในมุมมองขององค์กรธุรกิจและนายจ้าง ต่างคาดหวังผลลัพธ์จากพนักงานของตนเอง สิ่งที่นายจ้างสนใจคือคุณค่าที่แต่ละคนจะช่วยให้องค์กรเจริญเติบโตและพัฒนา

พนักงานดาวรุ่งหรือ Talent ก็ถือเป็นกลุ่มพนักงานที่มีคุณค่าโดดเด่นจากพนักงานคนอื่น ซึ่งความลับก็คือ บรรดานายจ้างต่างสนใจว่าจะทำอย่างไรให้กลุ่มพนักงานดาวรุ่งหรือดาวเด่นเหล่านี้ สร้างผลงานที่โดดเด่นมากขึ้น และรักษาคนกลุ่มนี้ให้รักและทุ่มเทเพื่อองค์กร

อย่างไรก็ตาม แม้ความคาดหวังจะสูง แต่สิ่งที่นายจ้างต่างยินดีที่จะให้คือผลตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ นอกจากพนักงานดาวรุ่งจะเป็นที่สนใจแล้ว ยังได้รับโอกาสในการเติบโตและเรียนรู้ได้มากกว่าพนักงานคนอื่น ๆ

มาดูกันว่า 3 วิธีที่จะช่วยให้คุณพัฒนาตัวเองเพื่อขยับจากพนักงานทั่วไปให้กลายเป็นดาวรุ่ง หรือ Talent ขององค์กร มีอะไรบ้าง

1. อย่าเลือกทำแต่งานง่ายเกินไป

เรื่องเหล่านั้นมักไม่ค่อยทำให้คุณพัฒนา และคนส่วนใหญ่มักเลือกงานง่าย คนที่มักเจอแต่เรื่องยาก พวกเขาจะเหนื่อยมากมาย แต่ศักยภาพพวกเขาก็จะขยายออกไปเรื่อย ๆ เช่นกัน

หากทุก ๆ ปีคุณยังทำงานเหมือนเดิม โดยไม่ได้เพิ่มคุณค่าหรือไม่ได้แสดงว่าคุณสามารถรับมือกับงานที่ยากขึ้น คุณจะถูกมองว่าเป็นคนที่ไม่ยอมพัฒนาตัวเอง

2. ศึกษาธุรกิจและอุตสาหกรรมที่ทำอยู่

คนส่วนใหญ่มักวุ่นวายและสนใจอยู่แต่กับงานของตัวเอง และไม่ยอมที่จะเรียนรู้ธุรกิจภาพรวม หรือสนใจฟังก์ชั่นงานของหน่วยงานอื่นซักเท่าไหร่

แต่หากคุณพัฒนาตัวเองโดยการศึกษาทำความเข้าใจโมเดลธุรกิจขององค์กร รวมถึงตลาด และสภาพการแข่งขัน เรียกได้ว่า คุณพยายามพัฒนามุมมองของตัวเองให้เหมือนผู้บริหารระดับสูง จะทำให้คุณตัดสินใจในงานได้ดีขึ้น รวมถึงได้เข้าใจความคาดหวังของนายจ้าง ซึ่งจะทำให้คุณตอบโจทย์ความคาดหวังได้ดีขึ้นกว่าคนอื่น ๆ ที่ไม่ยอมเรียนรู้ธุรกิจในภาพรวม

3. พัฒนาทักษะให้หลากหลาย

องค์กรยุคใหม่สนใจเรื่องวุฒิการศึกษาน้อยลง แต่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์และทักษะมากขึ้น องค์กรเพียงสนใจว่า พนักงานแต่ละคนมีทักษะและคุณสมบัติที่จะมาช่วยทำให้ธุรกิจเจริญเติบโตขึ้นได้แค่ไหน

แม้คุณจะมีวุฒิการศึกษาที่เลิศเลอ แต่ไม่มีทักษะที่จะสร้างคุณค่าให้ธุรกิจของนายจ้างได้ คุณก็กลายเป็นคนที่ไม่น่าสนใจ ไม่มีใครอยากจ้างคนที่โปรไฟล์สวยหรู แต่ทำงานจริงไม่ได้ หรือทำได้แต่เพียงมาตรฐาน ที่องค์กรสามารถหาได้ง่ายทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องง้อคุณ

ติดตามการเปลี่ยนแปลง และเรียนรู้สิ่งที่จำเป็นทั้งต่อปัจจุบันและอนาคต พัฒนาทักษะที่ตอบรับการความต้องการไม่ว่ายุคสมัยไหน เท่านี้คุณก็น่าสนใจกว่าคนทั่วไปแล้ว

4. ร่วมมือกับการเปลี่ยนแปลง

หนึ่งในปัญหาน่าหนักใจขององค์กรคือพนักงานที่ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเมื่อยุคสมัยเปลี่ยน แนวโน้มตลาดเปลี่ยน ความต้องการเปลี่ยน คู่แข่งขยับ องค์กรเองก็จำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้แข่งขันได้

คนที่จะกลายเป็นคนที่มีคุณค่ากับองค์กร คือคนที่ร่วมมือกับการเปลี่ยนแปลง เพื่อนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ในขณะที่บางคนพยายามต่อต้านการเปลี่ยนแปลงทุกวิถีทาง จนองค์กรปวดหัว แต่คุณจะโดดเด่นในฐานะผู้ที่เข้าใจและให้ความร่วมมือ

5. เรียนรู้การเป็นผู้นำที่ดี

ไม่ใช่เฉพาะแต่ตำแหน่งหัวหน้าทีมที่มีลูกน้องเท่านั้น แต่สิ่งที่องค์กรคาดหวังคือ พนักงานไม่ว่าตำแหน่งไหนก็ตามมีภาวะผู้นำในตนเอง กล่าวคือ มีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง สามารถสร้างพลังใจให้ตัวเองเพื่อทำให้งานสำเร็จโดยไม่ต้องรอให้ใครมาช่วยฉุด หรือแม้กระทั่งการตัดสินใจในการทำงานของตัวเอง และการริเริ่มสิ่งที่คิดว่าควรต้องทำเพื่อประโยชน์แก่ทุกคนในองค์กรโดยภาพรวม

ในขณะที่คนส่วนใหญ่จะต้องรอคำสั่ง รอหัวหน้ามากระตุ้นให้ทำงาน หรือรอให้ใครซักคนสั่งงานมาว่าต้องทำอะไรต่อไป แต่หากคุณสามารถมี Self-leadership หรือภาวะผู้นำในตัวเองแล้ว คุณจะกลายเป็นดาวรุ่งที่โดดเด่น และเป็นบุคคลที่นายจ้างไหน ๆ ต่างก็ปรารถนา

พูดง่าย ๆ คือ หากคุณอยากโดดเด่น และเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงก้าวหน้าเร็ว คุณต้องคิด ทำ และเรียนรู้ให้แตกต่างจากคนส่วนใหญ่ รวมถึงทุ่มเทให้กับความสำเร็จและความก้าวหน้าของตนเอง ในขณะที่คนอื่นกำลังเช้าชามเย็นชาม เท่านี้คุณก็มีสิทธิที่จะก้าวขึ้นไปเป็นดาวเด่นที่ใคร ๆ ก็อยากชิงตัวไปทำงานแล้วล่ะค่ะ

© 2020 Actualiz Co., Ltd.

  • White Facebook Icon
  • White LinkedIn Icon
  • White Instagram Icon