บทความแนะนำ
Get update from us
Follow us
บทความทั้งหมด

ส่อง 10 แนวโน้มการเรียนรู้ในปี 2019

ส่อง 10 แนวโน้มการเรียนรู้ในปี 2019

เข้าสู่เดือนที่สองของไตรมาสแรกแห่งปี ถึงเวลาที่เหล่า HR หรือ ทีมนักพัฒนาศักยภาพองค์กร

จะต้องมาทบทวน “รูปแบบการฝึกอบรมพนักงาน” ในปีที่ผ่านๆ มา รวมถึงคงต้องเริ่มที่จะสอดส่องแล้วว่า

ในปี 2019 นี้จะมี “ช่องทางในการพัฒนาคน” ที่น่าสนใจอะไรบ้าง เพื่อให้เม็ดเงินทุกบาททุกสตางค์ของบริษัท ถูกนำใช้ไปในเครื่องมือที่ตอบโจทย์ “คนของเรา” ให้มากที่สุด

ผู้เขียนได้รวบรวม “10 แนวโน้มการเรียนรู้ในปี 2019” นี่อาจจะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้องค์กรของคุณ กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในปีหน้าก็เป็นได้

1. EVEN MORE SOFT SKILLS TRAINING แน่นอนว่า SOFT-SKILLS ยังคงเป็นหัวข้อที่ได้รับความนิยมอยู่เสมอ หากองค์กรใดต้องการที่จะเติบโต

อย่างมั่นคงและยั่งยืน ต้องไม่เขียมงบประมาณบริษัท ที่จะเติมเต็มทักษะเหล่านี้แก่พนักงาน “อย่างสม่ำเสมอ” ไม่ว่าจะเป็น ทักษะการสื่อสาร,ทักษะการทำงานร่วมกันกับผู้อื่น,ทักษะการบริหารเวลา,ทักษะการควบคุมอารมณ์ หรือแม้แต่ ทักษะการคิดเชิงบวก เป็นต้น จะเห็นได้ว่า ทักษะเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างมากต่อบริษัท เนื่องจากชีวิตเราไม่ได้ทำงานอยู่แต่กับข้อมูล เอกสาร หรือองค์ความรู้ แต่เรายังทำงานกับ “ผู้คน” ทั้งลูกค้า

คู่ค้า คู่แข่ง ฯลฯ ดังนั้น HARD SKILLS อย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ แต่แทนที่จะรอให้สถานการณ์หรือความท้าทายเกิดขึ้นกับองค์กร สู้ฝัง SOFTWARE ทางความคิดที่ถูกต้อง ให้พนักงานได้เรียนรู้วิธีรับมือไว้ก่อน

แต่เนิ่นๆ ย่อมเป็นเป็นผลดีต่อบริษัทมากมายหลายเท่าตัว!

2. EVEN MORE PERSONALIZED TRAINING EXPERIENCES แนวทาง ‘ONE SIZE FITS ALL’ (รูปแบบหนึ่งเดียวที่เหมาะกับทุกคน) กำลังค่อยๆ เลือนหายไปจากวงการ

ฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร เนื่องด้วยผู้คนต่างพากันเรียกร้อง “ความเฉพาะตัว” มากขึ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งบริษัทและองค์กร ที่ในแต่ละปีต่างก็มีปัญหาและความขัดแย้งในองค์กรที่ไม่เหมือนกันเลยสักปี!

เผลอๆ ไตรมาสหนึ่งผ่านไป ปัญหาใหม่ก็เข้ามาทักทายอีกแล้ว ดังนั้น โปรแกรมฝึกอบรมที่ออกแบบ

เฉพาะกลุ่ม เฉพาะบุคคล หรือออกแบบเฉพาะเพื่อแก้ปัญหาในประเด็นที่ต้องการพัฒนา จึงให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า นอกจากจะช่วยองค์กรแก้ปัญหาอย่างตรงจุด ยังถือเป็นการแก้ปัญหาระยะยาว ช่วยให้บริษัทประหยัดงบประมาณในการอบรมในแต่ละปีได้มากขึ้น

3. LEARNING AND DEVELOPMENT GAMIFICATION วงการฝึกอบรมเริ่มเข้าสู่ยุค GAME-BASED หลายๆ บริษัทได้มีการจัดฝึกอบรมพนักงานโดยใช้รูปแบบของ “เกมส์” เข้ามาช่วย มีการใช้ ROLE-PLAYING (บทบาทเสมือน) และการมอบ REWARD (รางวัล) ว่าง่ายๆ

ก็คือเป็นการเล่นเกมส์เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์บางอย่างของบทเรียน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ช่วยทำให้การฝึกอบรมมีสีสันและน่าสนใจมากขึ้น ซึ่งเกมที่กำลังได้รับความนิยมเป็นพิเศษและได้กลายมาเป็นเครื่องมือฝึกอมรมพนักงานแนวใหม่ นั่นก็คือ BOARD GAME (เกมกระดาน) ที่จะมีหัวข้อ ปัญหา และความท้าทายที่แตกต่างกันออกไป เรียกได้ว่าเป็นแนวทางการอบรมที่ประหยัดแรงผู้สอน ขณะเดียวกันก็สร้างความสนุกสนานให้กับผู้เรียน

ทำให้การเข้าถึงวัตถุประสงค์ของการเรียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

4. SELF-COACHING รูปแบบการเรียนรู้เฉพาะด้าน หรือเครื่องมือพัฒนาตัวเองที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะประเด็น

ช่วยให้ผู้เรียนเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในทันที ยุคนี้ใครๆ

ก็ต้องการสื่อการเรียนการสอนที่ สั้น ง่าย ตรงประเด็น น้ำน้อยๆ แต่เนื้อเน้นๆ ทุกคนเบื่อข้อมูลที่มาก

จนเกินจำเป็น ดังนั้น เราจึงควรหันมาให้ความสนใจกับสิ่งที่เรียกว่า MICROLEARNING ซึ่งเป็นรูปแบบ

การเรียนรู้ที่ทำให้ผู้เรียนเข้าถึงหัวข้อต่างๆ ที่เขาสนใจอย่างรวดเร็ว และสามารถทวนซ้ำได้หลายๆ ครั้ง

จะเรียกว่าเป็นการเรียนรู้ในเชิงของ SELF-COACHING (การเรียนรู้ด้วยตัวเอง) ก็คงไม่ผิด เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้เรียนสามารถโค้ชหรือสอนตัวเองได้ในเวลาอันสั้น แต่นำองค์ความรู้ไปใช้ได้เลย ย่อมจะช่วยลดทอน

ความน่าเบื่อหน่ายของการเรียนรู้ลงได้ นอกจากจะเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพแล้ว ยังประหยัดเวลา

ในการเรียนรู้อีกด้วย ก็คงจะต้องเป็นโจทย์ของนักพัฒนาองค์กรแล้วว่า ควรหยิบเอาเครื่องมือแบบไหน

มาให้พนักงานได้ SELF-COACHING กับตัวของเขาเอง

5. E-LEARNING IS A TREND THAT WILL GROW MORE IN 2019 ระบบการเรียนรู้ผ่านโลกออนไลน์ ได้รับความนิยมอย่างมหาศาล สอดรับกับความต้องการในการเรียนรู้

ที่มากขึ้น หลายองค์กรได้นำเอาระบบออนไลน์เข้ามาช่วยสนับสนุนด้านการเรียนรู้ของพนักงาน รวมไปถึง

พวก INTERACTIVE VIDEO BASED LEARNING และมันกำลังจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2019 เนื่องจากบริษัทใช้เงินลงทุนเพียงเล็กน้อย แต่ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ถือเป็นช่องทางการเรียนที่มีประสิทธิภาพมากในการสอนให้พนักงานปฏิบัติตามเนื้อหาในบทเรียน ที่สำคัญ ตัวระบบออนไลน์นี้ยังมีความสามารถในช่วยผู้บริหารคัดเลือกหัวข้อที่เหมาะสม หรือความเฉพาะตัวให้กับพนักงานรายบุคคลได้อีกด้วย

6. MOBILE-FIRST LEARNING (M-LEARNING) “มือถือ” กลายเป็นอุปกรณ์ติดตัวที่ขาดไม่ได้สำหรับคนยุคนี้ เพราะมันไม่ได้เป็นแค่อุปกรณ์การสื่อสาร

แต่มันเป็น (เกือบ) ทุกอย่าง! ตั้งแต่ไดอารี่ส่วนตัว ทีวีส่วนตัว กระเป๋าเงินส่วนตัว ฯลฯ เรียกได้ว่าเทรนด์

การเรียนรู้ผ่านมือถือกำลังเป็นที่นิยม ผู้คนมีความคุ้นเคยกับหน้าจอมือถือพอๆ กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (หรืออาจจะมากกว่า) ดังนั้น M-LEARNING จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะแนวทางการเรียนรู้ผ่านมือถือ ช่วยให้ผู้เรียนเข้าถึงบทเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา นอกจากนี้ มือถือยังมีปุ่มแจ้งเตือนต่างๆ ที่จะช่วยให้ผู้เรียนติดตามบทเรียนต่างๆ ด้วยตนเองได้อย่างสม่ำเสมออีกด้วย

7. CHATBOTS AND INTELLIGENT ASSISTANCE รู้หรือไม่ว่า “แชทบอท” กำลังจะกลายมาเป็นตัวช่วยน้องใหม่ในการเรียนรู้ของพนักงาน! จะเห็นได้ว่า

แนวคิดเรื่องการให้อุปกรณ์เรียนรู้ด้วยตัวมันเองได้รับการพัฒนาอยู่ทุกปี จนล่าสุด เราจะเห็นเครื่องมือมากมายที่เข้ามามีส่วนในการสนับสนุนการศึกษาเล่าเรียน ได้แก่ COURSERA,UDEMY หรือ MYASSIGNMENTHELP เรวมไปถึง “แชทบอท” อย่าง SIRI หรือ ALEXA ซึ่งนับว่าทั้งสองเทคโนโลยี

ข้างต้น ถือเป็นผู้ช่วยในโลกออนไลน์ที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ หากองค์กรสามารถพัฒนา PROTOTYPE

ของเทคโนโลยีเหล่านี้ในการศึกษาและค้นหาหัวข้อฝึกอบรมเฉพาะบุคคลในแก่พนักงานในองค์กรได้

ก็จะยิ่งทำให้การถ่ายทอดองค์ความรู้จากบริษัทเข้าถึงความต้องการของพนักงานได้ตรงจุดมากขึ้น

และมอบประสบการณ์ในการเรียนรู้ที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

8. SOCIAL LEARNING เพื่อให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น องค์กรควรให้ความสำคัญกับ “คอมมิวนิตี้แห่งการเรียนรู้”

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ PLATFORM ในรูปแบบ “ออนไลน์” ที่ ออกแบบเฉพาะ ให้กับแต่ละกลุ่มบริษัท

คอมมิวนิตี้ออนไลน์ ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับการเรียนรู้ อีกทั้งยังสร้างความมีส่วนร่วมระหว่างสมาชิกในองค์กร ให้ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน การนำเอาระบบออนไลน์ที่เชื่อมต่อผู้คนเข้าด้วยกัน มีส่วนช่วย

ในการติดตามผลการเรียนรู้ของพนักงาน ในอีกแง่หนึ่งก็ถือเป็นแหล่งที่รวบรวมองค์ความรู้หลายๆ อย่างเข้าไว้ด้วยกัน

9. LEARNING AND DEVELOPMENT AS AN EMPLOYEE BENEFIT AND RECRUITMENT TOOL การที่บริษัทมีสวัสดิการด้านโปรแกรมการฝึกอบรมที่หลากหลาย ช่วยให้พนักงานรู้สึกถึงความคุ้มค่า

นอกจากที่รูปแบบการเรียนรู้แบบต่างๆ เหล่านี้จะมีส่วนช่วยพัฒนาคนในองค์กรแล้ว การที่บริษัทใส่ใจ

และสนับสนุนโปรแกรมฝึกอบรมเป็นหนึ่งในสวัสดิการของพนักงาน ยังช่วยมอบภาพลักษณ์ที่ดีกับองค์กร

อีกทั้ง เป็นการจูงใจผู้คนให้ผู้คนรู้สึกอยากเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรมากขึ้นด้วย

10. VIRTUAL REALITY AND AUGMENTED REALITY CAN REDUCE CORPORATE TRAINING COSTS AI (เทคโนโลยีการเรียนรู้เสมือนจริง) เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในบ้านเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง AI ได้เข้ามามีส่วนช่วยในการลดต้นทุนการฝึกอบรม อีกทั้งยังช่วยการให้การเรียนรู้ของผู้คนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วย AI องค์กรจะเข้าใจพฤติกรรมของพนักงานมากขึ้น และเข้าถึงความต้องการเฉพาะด้านของพวกเขา

ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ HR สามารถนำเสนอข้อมูลที่ถูกจุด ตรงใจพนักงาน และเป็นข้อมูลที่เหมาะสม

สำหรับการพัฒนาศักยภาพของพวกเขาอย่างแท้จริง

© 2020 Actualiz Co., Ltd.

  • White Facebook Icon
  • White LinkedIn Icon
  • White Instagram Icon