บทความแนะนำ
Get update from us
Follow us
บทความทั้งหมด

เฉลย 3 เหตุผล ทำไมลูกน้องไม่อินกับวิสัยทัศน์ของคุณ


ในฐานะของผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กร ผู้จัดการฝ่าย หัวหน้าแผนก หรือแม้แต่หัวหน้าทีม คุณสมบัติข้อหนึ่งที่เสมือนเป็นข้อบังคับสำหรับคนที่อยู่ในสถานะหัวเรือเหล่านี้ เห็นทีคงหนีไม่พ้นเรื่องของการมี “วิสัยทัศน์” อันเป็นกล้องส่องทางให้ลูกเรือทุก ๆ คนได้เห็นภาพว่าจะพาพวกเขาออกเดินทางไปยังจุดหมาย ณ ที่แห่งใด ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นก้าวแรกของทุกสิ่งทุกอย่างเลยทีเดียว

ด้วยความสามารถในการอ่านเกมได้อย่างลึกซึ้ง สายตาที่กว้างไกล เฉียบคม ร่วมกับการติดสินใจที่เฉียบขาด เกิดเป็นผลรวมของวิสัยทัศน์ ที่เป็นทั้งแนวทาง ความหวัง และความเชื่อในการร่วมเดินตามของขบวนผู้ตาม ซึ่งหากขาดวิสัยทัศน์ไป หรือลูกน้องไม่เชื่อว่าวิสัยทัศน์นั้นจะเป็นไปได้ ไม่แม้แต่จะมีความรู้สึกร่วมด้วยกับวิสัยทัศน์นั้นเลย ปัญหาความระส่ำระสายจะกลายเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญเข้ามาเยือนแน่นอนครับ

นี่จึงเป็นปัญหาที่น่ากลุ้มใจอย่างหนักของคนเป็นผู้นำ ว่าจะทำอย่างไรให้คนของตัวเองมีความเชื่อมั่น เห็นพ้องมองไปในทิศทางเดียวกันกับเรา ซึ่งแน่นอนว่าทุกอย่างนั้นย่อมต้องมีสาเหตุ ดังนั้นเราจึงควรทำความเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น ? ทำไมลูกน้องถึงไม่ ‘อิน’ ไปกับวิสัยทัศน์ของเราเอาซะเลย ? เพื่อหาทางที่จะปรับให้มันเข้าที่เข้าทางต่อไปครับ

1. มันไม่เชื่อมโยงกับเขา

เป้าหมาย วิสัยทัศน์นั้นเป็นของเราคนเดียวหรือเปล่า ? มันเป็นของลูกน้องเราด้วยหรือไม่ ?

แล้วอะไรที่น่าจะทำให้รู้สึกว่ามันเป็นของเขาด้วย ? นี่เป็นเพียงตัวอย่างคำถามง่าย ๆ เพื่อทบทวนถึงเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วมกัน ว่ามันถูกตั้งออกมาจากเราเพียงคนเดียว หรือทุก ๆ คนมีส่วนร่วมเกี่ยวข้องและผูกพัน (Commit) ไปกับมันจริง ๆ

ซึ่งสิ่งที่ควรคำนึงถึงในการตั้งเป้าหมายหรือวิสัยทัศน์ใดก็ตาม คือพยายามอย่าทำให้เกิดคำถามตามมาในใจของลูกน้องที่ว่า “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน ?” เพราะความก้าวหน้าของบริษัท ของฝ่าย ของแผนก หรือของทีม ที่ไม่ได้มีผลสร้างความเปลี่ยนแปลงพัฒนาชีวิตของเขาเลยสักด้าน ย่อมไม่อาจ Touch ความรู้สึกของเขาได้ และไม่รู้สึกว่ามีความหมายสำคัญอะไรสำหรับเขาเลย

ดังนั้นจึงอยากให้ลองทบทวนด้วยคำถามในลักษณะเดียวกับข้างต้นดูครับ ไม่แน่ว่าบางทีอาจได้คำตอบที่ช่วยเขี่ยเส้นผมที่บังภูเขาอยู่ เพื่อสร้างเป้าหมายวิสัยทัศน์ที่จะไปพิชิตภูเขาลูกเดียวกันยังไงล่ะครับ

2. เป้าหมายไม่ตรงกัน

สิ่งที่ทำให้เราและลูกน้องมีเป้าหมายที่ไปกันคนละทิศละทาง มักมีที่มาจาก 2 สาเหตุด้วยกันครับ

สาเหตุแรกนั้นอย่างที่ได้อธิบายไปในข้อที่แล้ว ถึงการที่ไม่ได้แง้มบานประตูให้ผู้ตามได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วม ทำให้ไม่เคยได้รับรู้ถึงความคิด ความเห็น ความรู้สึก ที่สะท้อนถึงความต้องการจากพวกเขาเลย เส้นทางที่ถูกกำหนดขึ้นจึงไม่สอดคล้องกัน คนหนึ่งอยากไปซ้าย ในขณะที่อีกคนอยากไปขวา ส่งผลต่อความเต็มใจที่จะร่วมทางไปด้วยกัน เหมือนกับการบังคับให้ใครสักคนนั่งรถขึ้นดอยไปแคมป์ปิ้งที่เชียงใหม่กับเราเพราะเห็นว่าน่าสนุกดี ทั้ง ๆ ที่เขาเห็นว่าฤดูนี้น่าจะไปดำน้ำที่เกาะแถบพังงามากกว่า มีความเป็นไปได้ว่าทริปนี้อาจหมดสนุกไปเลยก็ได้ ซึ่งในแง่ของการทำงานเองก็ไม่ต่างกันครับ

จริงอยู่ที่แม้ว่าในความเป็นผู้นำนั้นต้องทำหน้าที่ชี้ขาดในการตัดสินใจ แต่ความเด็ดขาดโดยที่ไม่ได้เปิดรับความคิดเห็นของผู้ร่วมงานที่แม้จะอยู่ในฐานะผู้ตามเข้ามามีส่วนร่วมด้วยแม้แต่น้อย อุปสรรคที่ไม่น่าเกิดจากการไม่อยากก้าวขาไปพร้อม ๆ กันก็มักจะตามมาในภายหลังเสมอ ฉะนั้นควรคำนึงถึงคนของเราสักนิดก่อนคิดจะออกเดินทางก้าวแรกทุกครั้งครับ

สาเหตุที่สองคือ ‘เขาอาจอยู่ผิดที่’ ซึ่งบางทีเราอาจต้องยอมรับความจริงว่าเลือกคนมาผิด ได้คนที่ไม่ได้มีแนวคิด มุมมอง และเป้าหมายที่สอดคล้องกับองค์กร กับทีมของเรามาตั้งแต่ต้น ในกรณีนี้ค่อนข้างพูดยากมาก ๆ ครับ เพราะมันจะไม่ใช่แค่เรื่องของการปรับแนวทางด้วยการมีส่วนร่วมเท่านั้น แต่ยังกินวงกว้างไปถึงเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่าง “ค่านิยม” และ “วัฒนธรรมองค์กร” ร่วมด้วย ซึ่งหากเกิดสภาพที่เข้าขากันไม่ได้เช่นนี้ วันหนึ่งต่างฝ่ายต่างก็อาจพบคำตอบที่เหมาะกับตัวเองและแยกตัวกันไปในที่สุดครับ

3. คุณไม่ได้เป็นแบบอย่าง

บทบาทของผู้นำ คงไม่ใช่แค่การประกาศเป้าหมาย วิสัยทัศน์ แล้วเอาแต่ชี้นิ้วบอกใครต่อใครให้มุ่งไปทางไหนเท่านั้น แต่ความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงที่ติดตามมาหลังจากนั้น คือยังต้องเป็นหัวขบวนที่ขับเคลื่อนทุก ๆ คนให้เดินตามไปด้วยกันอีกด้วย

ซึ่งตามปกติแล้วคนเรามีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมทำตามคนที่เห็นว่าเป็นแบบอย่างให้กับเขาได้ และเราก็ไม่อาจทำให้ใครเป็นได้อย่างที่ใจเราต้องการ ถ้าแม้แต่เราเองก็ยังไม่ทำเป็นตัวอย่างให้คนอื่นเห็น ตรงจุดนี้จึงต้องลองสำรวจดูดี ๆ ว่าที่ผ่านมาเราได้ร่วมลงสนาม แสดงออกให้เห็นว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นกับน้อง ๆ สมาชิก ทีมหรือทีมใหญ่ทั้งองค์กรด้วยแล้วหรือยัง เพราะผู้นำที่ล่มหัวจมท้ายไปด้วยกันจึงจะเป็นต้นแบบที่ดีที่ซื้อใจให้ทุก ๆ คนเดินตามได้อย่างสามัคคีครับ

การยืนอยู่บนแท่นของผู้นำอาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่ต้องรับผิดชอบทั้งการวางแผน วางระบบ การบริหารจัดการดูแลทุก ๆ ด้านในองค์กรหรือในทีม แต่ด้วยความร่วมมือที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันก็สามารถช่วยเสริมพลังทวีให้ทุกอย่างดำเนินไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดังนั้น การร่วมใจกันคิด ร่วมมือกันสร้างตั้งแต่ก้าวแรก ๆ ในเรื่องของเป้าหมายและวิสัยทัศน์ จึงเป็นการหลอมรวมพลังที่ดีอันเป็นแหล่งพลังงานขับเคลื่อนเพื่อเดินทางไกลไปด้วยกันครับ

© 2020 Actualiz Co., Ltd.

  • White Facebook Icon
  • White LinkedIn Icon
  • White Instagram Icon