บทความแนะนำ
Get update from us
Follow us
บทความทั้งหมด

8 วิธีเตรียมความพร้อมสำหรับการประเมินผลงานประจำปี


ประเมินผลประจำปี

ช่วงนี้เราก็กำลังจะเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่องค์กรส่วนใหญ่ กำลังเร่งมือกับการทำผลงานกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งจะมีผลกับทุกๆคนในองค์กร และแน่นอนว่าพวกเราซึ่งเป็นพนักงานในองค์กร ก็คงจะเหน็ดเหนื่อย วุ่นวายและสนุกสนานกับการช่วยองค์กรทำงานในไตรมาสสุดท้ายนี้ จนบางทีเราก็อาจจะลืมสิ่งที่สำคัญบางอย่างสำหรับ ชีวิตการเป็นมนุษย์เงินเดือน นั่นก็คือการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการประเมินผลงานประจำปี ซึ่งเรามักจะมารู้ตัวอีกทีก็ถึงวันประเมินผลงานประจำปีแล้ว และกำลังได้ยินคำถามทรงพลังจากเจ้านายสุดที่รักของเราว่า “ไหนคุณลองประเมินผลงานของคุณปีนี้ให้ผม/ดิฉัน ฟังหน่อยซิครับ/ค่ะ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง?” งานนี้ถ้าคุณเตรียมตัวมาดีก็สามารถเอาตัวรอดไปได้ดี แต่ถ้าคุณไม่ได้เตรียมตัวมาเลย และสิ่งที่เจ้านายคุณประเมินมาก็ไม่ตรงกับความคาดหวังของคุณล่ะ คุณจะมีสิ่งใดที่จะช่วยสนับสนุนคุณในการโน้มน้าวเจ้านายของคุณให้เห็นด้วยกับคุณ ดังนั้นผลงานของคุณก็คงต้องอยู่ที่เจ้านายสุดที่รักของคุณเป็นคนจัดการให้ ดังนั้นเพื่อให้การประเมินผลงานประจำปีนี้ของคุณผ่านไปด้วยดี เราลองมาดูกันว่าเราควรจะต้อง เตรียมตัวทำอะไรกันบ้างในช่วงเวลาที่เหลืออีกไม่มากนัก ก่อนที่จะถึงวันประเมินผลงาน

เป้าหมายในการทำงาน

Step 1: สิ่งแรกเลยที่เราจะต้องเอามาดูก่อนเลยคือ เป้าหมายการทำงานที่เราได้รับมอบหมายจากหัวหน้างาน ฉบับล่าสุด (บางครั้งหัวหน้างานอาจจะมีการปรับเปลี่ยนเป้าหมายการทำงานของเราระหว่างปี) ถ้าเกิดว่าเราไม่มีเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจนของปีนี้ที่เขียนกันเป็นลายลักษณ์อักษรล่ะ เราจะทำอย่างไรล่ะ? เรื่องนี้เราก็อาจจะต้องกลับไปหาเจ้านายสุดที่รักของเรา ขอให้เจ้านายเขียนเป้าหมายที่ชัดเจนให้กับเรา เพื่อที่เราจะได้ใช้เป็นแนวทางในการทำงาน วิธีนี้อาจจะมีคนค้านว่า อืม! ถ้าให้เจ้านายเขียนเป้าหมายการทำงานออกมาแบบนี้ จะไม่เป็นการผูกมัดตัวเรามากเกินไปหรือปล่าว? คำตอบคือ การเขียนออกมาทำให้เราทราบอย่างชัดเจนว่า ปีนี้องค์กรและเจ้านายอยากได้อะไรจากเรา จะได้ไม่มีปัญหาตอนประเมินปลายปี และถ้าเกิดเจ้านายเราไม่สะดวกเขียนเป้าหมายการทำงานให้เรา (เป็นไปได้ที่อาจจะเกิดในบางองค์กร) เราก็สามารถทำได้ ด้วยการเขียนเป้าหมายการทำงาน ที่เราเข้าใจว่า เจ้านายอยากจะให้เราทำอะไรขึ้นมา เขียนมาจากความเข้าใจเรานี่แหละ อย่าเป็นกังวลว่าจะผิดหรือถูกครับ เพราะพอเราเขียนเสร็จ ทบทวนดูดีแล้วว่า นี่แหละเป้าหมายการทำงานของเราปีนี้ จัดการนำเป้าหมายนี้เสนอให้เจ้านายดูเลยครับ แล้วเดี๋ยวทางเจ้านายเราก็จะจัดการแก้ไข ส่งกลับมาให้เรา เราก็ดูอีกทีน่ะครับ อันไหนรับได้หรือรับไม่ได้ จะต่อรองอย่างไรก็ตอนนี้แหละครับ เคลียร์กับเจ้านายให้ชัดเจนครับ อ้อ ขอย้ำเสร็จแล้วส่งทางอีเมล เพื่อเป็นหลักฐานน่ะครับ ส่วนการเขียนเป้าหมายการทำงานก็ขอให้เขียนให้ชัดเจน ในขอบเขตของงานหรือกิจกรรมที่ต้องทำ เป้าหมายที่ต้องการบรรลุเป็นตัวเลข มีระยะเวลาแบบ SMART Goal น่ะครับ ถ้ามีโอกาสหน้าจะมาเล่าเรื่องการเขียนเป้าหมายในการทำงานอีกทีครับ

พอมีเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจนแล้วคราวนี้เราก็มาดูขั้นตอนต่อไปครับ

ผลการปฏิบัติงาน

Step 2:

นำผลการประเมินผลงานของคุณล่าสุดที่เกิดขึ้น เช่นเมื่อกลางปีนี้ (ถ้าองค์กรของคุณมีการทำ) หรือการพูดคุยกับเจ้านายของคุณเรื่องผลงานมาพิจารณาดู

2.1 สิ่งที่เราจะต้องปรับปรุง ตอนนี้ผลงานจริงของเราห่างจากเป้าหมายขนาดไหน หากเจ้านายมีการให้ข้อมูลอื่นๆก็เอามาพิจารณาประกอบด้วย ไม่ว่าจะเป็นแนวทางในการปรับปรุง ตัวช่วยต่างๆ

2.2 ผลงานที่เราทำได้ดีตามเป้าหมาย มีอะไรบ้าง เราจะได้รู้ว่าเราทำอะไรมาถูกทางบ้าง และจะต้องรักษาเรื่องที่เราทำได้ดีดีนี้ต่อไป

ประเมินผลการปฏิบัติงาน

Step 3: นำสิ่งที่เราต้องรีบทำการแก้ไขปรับปรุงมาดำเนินการวิเคราะห์หาสาเหตุ เพื่อมุ่งหาทางแก้ไข อันนี้ขอย้ำว่าการมองหาสาเหตุเพียงเพื่อที่เราจะได้มองหาทางออก อย่าไปมองหาสาเหตุแล้วจมหรือดราม่ากับสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว รีบผ่านจุดที่เป็นดราม่าให้เร็วที่สุดและมุ่งไปที่ทางออกคือทางแก้ไขโดยเร็วที่สุดครับ เวลาเหลือน้อยแล้วครับ ทำรายการสิ่งที่เราต้องปรับปรุง พร้อมตารางเวลาและข้อมูลประกอบที่จำเป็น ที่บางท่านอาจจะ เรียกว่า Action Plan หรือ To do list ออกมา เมื่อได้ Action Plan หรือ To do list นี้ออกมาแล้ว เราควรจะหาโอกาสที่เจ้านายเราปลอดโปร่ง ขอคำปรึกษาจากเจ้านายว่า สิ่งที่เราคิดออกมาน่ะ ตรงกับความต้องการของเจ้านายหรือไม่? คือมาถูกทางหรือปล่าว ถ้าไม่ถูกทาง เรายังพอมีเวลาหาแนวทางแก้ไขได้

แผนปรับปรุง

Step 4: เร่งลงมือทำ ลงมือทำ และลงมือทำ - เมื่อลงมือทำตามแผนรายการปรับปรุงผลงาน (Action Plan/To do list) แล้ว ก็ให้ดูผลงานที่ออกมา รวมถึง feedback ที่เกิดขึ้นจากผลการลงมือปรับปรุงผลงานของเราว่า มาถูกทางหรือไม่ หากมีปัญหาอะไรเราจะได้แก้ไขได้ทันเวลา ปรับเปลี่ยนแผนรายการปรับปรุงผลงานตามความเหมาะสมจากผลลัพธ์ที่ได้ เพราะเมื่อเราลงมือทำ เราจะเริ่มค้นพบวิธีการที่ดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ และถ้าจำเป็นจะต้องหาตัวช่วยไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือหรือบุคคลอื่นๆ อย่ารีรอครับ รีบหาเครื่องมือช่วยเลยครับ แต่ควรทำแบบมืออาชีพให้ดูเนียนๆหน่อยน่ะครับ

อุปสรรคในการทำงาน

Step 5:

บางครั้งผลที่ออกมาอาจจะไม่สามารถบรรลุตามเป้าหมาย 100% ก็ขอให้เราวิเคราะห์ว่า อุปสรรคที่ขัดขวางนั้นเป็นสิ่งที่เราควบคุมได้หรือไม่ ถ้าอยู่ในวิสัยที่เราควบคุมได้ ก็ให้รีบดำเนินแก้ไขโดยทันที แต่หากอุปสรรคที่ขัดขวางไม่ให้เราประสบความสำเร็จนั้น อยู่นอกอำนาจขอบเขตความรับผิดชอบของเรา ก็ขอให้เราทำการบันทึกเอาไว้ พร้อมมองหาแนวทางแก้ไขที่เราจำเป็นจะต้องร้องขอจากผู้มีอำนาจในเรื่องนั้นๆให้ช่วยดำเนินการให้เรา

การให้ feedback