บทความแนะนำ
Get update from us
Follow us
บทความทั้งหมด

4 วิธีพัฒนาการเขียนภาษาอังกฤษ แบบคิดนอกกรอบ


ถ้าคุณชอบเรื่องการสนทนาภาษาอังกฤษ ฟุต ฟิต ฟอ ไฟว์ อยู่แล้ว นั่นดีมากเลย แต่มันจะครบเครื่องเรื่องภาษา ถ้าคุณเขียนได้เหมือนพูด เพราะจะสามารถนำไปใช้ในชีวิตการทำงานได้ เพราะคุณทั้งพูดอ่าน และเขียนได้ สองภาษา โอกาสในการทำงานบริษัทต่างชาติ หรือ บริษัทไทยที่ทำธุรกิจกับต่างชาติก็จะมากขึ้น ซึ่งองค์กรพวกนี้จ่ายดีเลยล่ะ

แต่ปัญหาของพวกเราส่วนใหญ่คือเบื่อกับการนั่งเรียนแกรมม่าเต็มทน ยังไม่รวมถึง Tense อดีต ปัจจุบัน อนาคต ที่มีรูปประโยคแตกแยกย่อยออกไปอีกมากมาย แถมยัังต้องท่องศัพท์กันเป็นว่าเล่นอีกวันละหลายสิบคำ หากรู้สึกว่าการพัฒนาของเราไม่กระเตื้องขึ้นซักเท่าไหร่จากวิธีการเรียนภาษาอังกฤษแบบเดิม วันนี้ผมมีวิธีพัฒนาภาษาอังกฤษแบบคิดนอกกรอบมาแนะนำ

ถ้าเริ่มสนใจแล้ว เรามาดู4ข้อนอกกรอบที่ว่านี่กันเลย

1. อ่านเยอะ ๆ นะ ก่อนจะนอกกรอบหกคะเมนตีลังกา ก็ต้องเริ่มจากฝึกกระโดดในท่าง่ายๆก่อน คือมันจะเขียนไม่เป็นประโยคถ้าไม่เริ่มจากอ่าน การอ่านทำให้เราเห็นรูปประโยคโครงสร้างที่ใช้จริง พอเราอ่านเยอะๆมันจะค่อยๆจำได้ และมันจะอยากเขียนเองในที่สุด เราจะได้ศัพท์จากการอ่านไปด้วยในตัว ลองเริ่มจาก หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ อ่านให้เพลิดเพลินก็นิยายแนวที่ชอบ และใกล้ตัวสุดตอนนี้ก็หยิบมือถือ กูเกิ้ลสิ่งที่เราสนใจในรูปแบบ English Articles ซึ่งถ้าคุณเป็นนักอ่านอยู่แล้ว คุณจะเข้าใจเลยว่า มันคือกระดุมเม็ดแรกที่ต้องกลัดให้ถูก

2. โซเชี่ยล มีเดีย ใช่แล้ว อ่านไม่ผิดหรอก แค่ต้องมองหาให้ถูกที่ ไปตามกลุ่มที่พวกคนต่างชาติอยู่กันนะ ใช้คีย์เวิร์ดว่า Expats พวกคนต่างชาติที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาทำงาน หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Oversea เข้าไปจอยในกลุ่มของพวกเขา หรือ เฟสบุคแฟนเพจของพวกฝรั่ง จะมีการแสดงความคิดเห็นมากมาย ทีนี้ก็ลองไปพูดคุยถามตอบในรูปแบบของการเขียน ถ้าเขาอ่านเข้าใจมีการสื่อสารกับเรา แสดงว่าเราเริ่มใช้ตัวอักษรในการสนทนาได้เหมือนพูดกับฟังละ เพราะเขาเข้าใจรูปประโยคและโครงสร้างที่โต้ตอบกัน

3. มองหางานอาสา หรือ ที่ฝึกงาน เริ่มจริงจังขึ้นมาอีกหน่อย แต่สบายใจได้ ยังไม่มีแรงกดดันหรือความคาดหวังเท่าไร ส่วนสิ่งที่จะได้มาคุ้มค่าสุดๆ เพราะจะมีคนตรวจในสิ่งที่เราเขียนอย่างจริงจัง พร้อมทั้งแก้ไขหรือบอกวิธีแก้ให้กับเรา เพราะเรามาอาสาหรือฝึกงาน แต่ต้องเช็คให้ดีก่อนนะว่า องค์กรหรือบริษัทหน่วยงานนั้นๆ มีคนที่จะให้คำปรึกษา พร้อมที่จะให้เราช่วยทำงานและสอนเราไปด้วยในตัว ถ้าไปอยู่ตรงนั้นแล้วก็ก้มหน้าทำให้เยอะที่สุด เพราะนอกจากจะได้เรียนแบบฟรีๆแล้ว ยังจะได้สะสมงานเก็บไว้เป็น Portfolio ด้วย

4 เขียน Resume หรือ CV ทีนี้ก็เอาทั้งหมดมาลองใช้ในการเขียน เรซูเม่ หรือ ซีวี เพราะถ้าเขาเรียกเราสัมภาษณ์จากสิ่งที่เราเขียนเกี่ยวกับประวัติการทำงานของตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ แสดงว่าเราสื่อสารในสิ่งที่เราคิดเป็นภาษาเขียนแบบทางการให้เขาเข้าใจได้ ผ่านโครงสร้างและรูปประโยคที่คนทำงานในบริษัทนานาชาติไม่ติดขัดอะไร นั่นเท่ากับเขาคิดแล้วว่า เรามีภาษาเขียนที่อยู่ในระดับทำงานได้ ที่เหลือก็คือการใช้ทักษะการพูดและฟัง ซึ่งเราถนัดและทำได้อยู่แล้ว

อ่านมาถึงตรงนี้ถ้าคุณเริ่มอยากลองทำก็ลุยเลย ปัญหาของคนที่เขียนไม่ได้คือ ขี้เกียจหรือไม่ชอบอ่าน ซึ่งคุณต้องชนะข้อแรกให้ได้ มันคือการชนะใจตัวเองแหละ ผ่านข้อแรกมาได้คุณจะกลายเป็นคนที่ชอบหรืออาจรักการอ่านไปเลยไม่รู้ตัว และนั่นจะทำให้คุณชอบเขียนไปเอง เพราะเมื่อคุณ Input คุณต้องอยากลอง Output เพื่อนำมาใช้งานในรูปแบบต่างๆ ทีนี้ ข้อสอง ข้อสาม ข้อสี่ ก็จะทำได้สบาย แถมจะได้เพื่อนใหม่ๆเพิ่มขึ้นระหว่างทางอีกด้วย ถ้าชนะข้อหนึ่งได้แล้ว อย่าลืมนึกถึงพวกเราล่ะ กลับมาแชร์และแบ่งปันสิ่งดีๆพวกนี้ให้แก่คนอื่นๆด้วย ขอให้สนุกกับงานจากความพยายามที่คุณได้ทุ่มเทไป ยังไงก็แล้วแต่ ต้องพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆนะ ถ้าเจอผู้คนที่มาอาสาหรือฝึกงาน ก็อย่าลืมสอนเขาด้วยล่ะ

Coach Pie

© 2020 Actualiz Co., Ltd.

  • White Facebook Icon
  • White LinkedIn Icon
  • White Instagram Icon